Search

7 สิ่งต้องใส่ใจถ้าอยากขายของออนไลน์ให้ยอดปังทั้งปี



" การขายของออนไลน์ก็เหมือน

การวิ่งขึ้นขบวนรถไฟที่ทุกคนอยากขึ้น "

.

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเบียดตัวเองไปขึ้นขบวนนั้นที่มีคนหนาแน่น

แล้วไปสู่เป้าหมาย หรือยอดขายที่ต้องการได้ทันไหม ถ้าเรามองดู

จะพบว่าตั้งแต่ต้นปีทุกคนชอบพูดว่าเศรษฐกิจแย่ ยอดขายหาย แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดมันก็แค่ส่วนหนึ่ง เป็นธรรมดาของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เพราะธุรกิจบางส่วนก็ยังคงเดินไปได้

.

หลายคนอาจจะบ่นบ้างว่ายอดขายตก ค่าโฆษณาแสนแพง หรือขายได้ไม่ดีเลย แต่ที่จริงแล้วตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน พร้อมกับเทคโนโลยีที่มีการปรับเปลี่ยนเสมอ เราลองมาดูกันว่าควรให้ความสำคัญจุดไหนบ้างสำหรับการทำการตลาดในปีนี้กัน



1. คุณภาพของสินค้า

จุดหลักที่ต้องใส่ใจคือ ‘สินค้าของเราตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าไหม’ เพราะว่าประเด็นตรงนี้เป็นหัวใจสำหรับความอยู่รอดของการขาย ถ้าทำจุดนี้ไม่ได้ก็จะทำให้ลูกค้าก็จะไม่เลือกสินค้าของเรา เช่น มีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ ก็ต้องมองว่าสินค้าของคุณช่วยแก้ปัญหาของลูกค้าได้จริงไหม

หรือขายประกัน ถ้าไม่อยากให้ยอดตก ก็ต้องมองว่าประกันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อคน ซึ่งเราจะต้องสื่อสารให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังสนใจอยู่ แต่ที่สำคัญสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะยิงโฆษณา หรือทำการตลาดมากแค่ไหน สิ่งที่ลูกค้าพิจารณาก็ต้องเป็นคุณภาพของสินค้าที่ซื้อเป็นหลักนั่นเอง



2. การบริการ ทั้งก่อนและหลังการขาย

การดูแลลูกค้าก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เช่น ลูกค้าซื้อสินค้าเราไป เรามีการไปคุยกับลูกค้าไหมว่าหลังจากการใช้สินค้าแล้วรู้สึกอย่างไร ซึ่งการเข้าไปรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้า และสามารถช่วยแก้ปัญหาของลูกค้าได้ เช่น ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งไว้ หรืออยากขอปรับเปลี่ยนสินค้า ก็จะทำให้เขาเป็นลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่องนั่นเอง เช่น สมมุติว่าลูกค้าสั่งเสื้อไปแล้วขนาดผิด เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนให้ลูกค้าได้ ซึ่งในตอนเปลี่ยนให้ลูกค้า ลูกค้าอาจจะสั่งสินค้าเพิ่มเพื่อขายต่อ ทำให้เราสามารถเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย พร้อมทั้งเราก็สามารถเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการรักษาความสัมพันธ์ซึ่งควรจะให้น้ำหนักตรงนี้มากๆ เพราะจะทำให้เขาเป็นลูกค้าเราแบบต่อเนื่อง และ สนับสนุนเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



3.ความน่าเชื่อถือของแบรนด์

มองกันว่า Branding หรือเรื่องความน่าเชื่อถือนั้นสำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่แสดงว่าสินค้าชิ้นนั้นมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ผู้ขายมีตัวตนจริงๆใช่ไหม และเป็นใคร เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวของการเจอเพจหลอกลวงเยอะมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของความน่าเชื่อถือ เป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องให้ความสำคัญในเพจ




4.‘โฆษณา’ คือหัวใจสำคัญ

ในวันนี้ต้องบอกว่าแพลตฟอร์มต่างๆ และมีเดียต่างลดการเข้าถึงมากขึ้น อย่าง Facebook Instagram

ที่มีการเข้าถึงไม่เหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากการบีบของแพลตฟอร์มเพื่อให้คนหันมาใช้โฆษณามากขึ้นเพราะฉะนั้นจึงควรให้น้ำหนักกับตัวโฆษณาให้ออกมามีคุณภาพดี ถ้าถามว่าคุณภาพที่ดีคืออะไรก็ต้องดูว่าเป้าหมายของเราคืออะไร เพราะว่าเป้าหมายของแต่ละคนนั้นต่างกันบางคนต้องการให้เกิด Awareness ที่ดี ซึ่งการให้เกิด Awareness ที่ดี นั้นหมายความว่าผลลัพธ์ของโฆษณาที่ดีสามารถทำให้เกิด Engagement จำนวนมาก ในทางกลับกันสำหรับคนมุ่งเน้นเป้าหมายที่ยอดขาย ก็ต้องการให้เกิด inbox คนทักเข้ามาที่เยอะ เพราะยิ่งคนทักเข้ามาเยอะเท่าไหร่ ก็แสดงว่ามีคนสนใจสินค้าเยอะเท่านั้น และมีโอกาสที่จะซื้อสินค้าของเราเยอะ และมีโอกาสที่จะซื้อสินค้าของเราเยอะ




5.ทีมงานที่แข็งแกร่ง

คำว่า ‘ทีมงาน’ คือ คนที่คอยจัดการในส่วนต่างๆ อย่างแรกคือ คนที่ตอบข้อความของลูกค้า

ซึ่งคนที่ตอบข้อความของลูกค้าจะต้องมีความสามารถในการคุย และให้ความเข้าใจลูกค้าได้ดี และต้องปิดการขายกับลูกค้าให้ได้ ซึ่งถ้าคนตอบแชทตรงนี้ไม่เก่งในการปิดการขาย จะส่งผลต่อยอดขาย คือยิ่งคนปิดการขายมีการปิดการขายที่สูงมากเท่าไร จะทำให้มียอดขายที่สูงตามไปด้วย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ถูกในค่าโฆษณา เช่น มี 100 inboxs ปิดยอดขายได้ที่ 80 inboxs ก็จะมียอดขายที่สูง หรือถ้าปิดยอดขายได้ 40 inboxs ก็จะมีอัตราการขายได้ที่น้อยลงนั่นเอง



6.การขนส่งที่รวดเร็ว

ในทุกวันนี้คนที่ซื้อของออนไลน์เจอของที่สั่งมาแล้วผิดพลาดกันเยอะมาก ซึ่งพอลูกค้าเจอการผิดพลาดสักครั้งในการส่ง ก็จะไม่มั่นใจ และอาจไม่สั่งสินค้าของเราอีก พร้อมทั้งเสียงตอบรับด้านลบที่ตามมา เพราะถ้าลูกค้าไปโพสต์ว่าเราเสียหายกลายเป็นแบรนด์เราก็มีจุดเสีย จนอาจทำให้แบรนด์ของเรามีเรื่องดราม่าต่างๆ เกิดขึ้นได้



7.ความพร้อมในการปรับตัว

ข้อนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะว่าเราต้องพร้อมที่จะปรับตัวในทุกด้านในทุกข้อที่กล่าวมา และสามารถปล่อยทิ้งไปได้ เราต้องมีความพร้อมตลอดเพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปไวมาก เพราะอยู่ๆ พรุ่งนี้ทุกอย่างอาจจะผิดไปหมดก็ได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนตัวตาม เราต้องเรียนรู้ให้มันไว แล้วนำสิ่งที่เราเรียนรู้กับปัญหามาปรับแก้ไขไปตามสถานการณ์


ไม่ว่าเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม การขายหรือค่าโฆษณาจะเป็นอย่างไรก็ตาม เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะว่าสุดท้ายแล้วแค่ต้องเตือนให้ฟังว่าเราไม่สามารถนิ่งได้ถ้าเรานิ่ง เช่น อยู่ๆเศรษฐกิจอย่างเช่นปีที่แล้วเศรษฐกิจไม่ดีทุกอย่างร่วงลงไปเลย แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด คือเราจะร่วงอยู่อย่างนั้นต่อหรือว่าลุกขึ้นมาลุยกับมัน ถ้าเราลุกขึ้นมาลุยกับมันและปรับเปลี่ยน เราก็จะเป็นคนที่อยู่รอดและสามารถเดินต่อไปได้ในการค้าขายออนไลน์ แต่ถ้าเราจม

0 views0 comments